เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 81

บทเรียน

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล (ครูยา)

เรียนภาษาอิตาลี วันที่ 81

สวัสดีค่ะ ในวิดีโอที่ 56 นี้ ครูเวโรนิค่าจะสอนเกี่ยวกับการเปรียบเทียบโดยการใช้คำว่า più che ค่ะ
กดที่ลิ้งค์นี้ แล้วก็ดูวิดีโอก่อนเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ค่อยกลับมาดูคำแปลทีหลังค่ะ

Lezione 56
บทเรียนที่ 56
– Ciao a tutti!!!
สวัสดีค่ะทุกคน!!!
– Come state?
พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
– Ah… io bene.
อ้า… ฉันสบายดีค่ะ
– Come vedete oggi parliamo di soldi.
ก็อย่างที่พวกเธอเห็นกันค่ะว่า วันนี้พวกเราจะมาพูดถึงเรื่องเงินกันค่ะ
– E infatti io, anche in questa lezione, che è la numero 56, ricordate che è il livello B1, quindi ripeto, dovete capire tutto quello che dico io.
และนี่ไงคะ ฉัน ในบทเรียนนี้ก็ด้วย ซึ่งมันคือบทเรียนที่ 56 พวกเธอจำกันไว้นะคะ ว่ามันคือระดับ B1 ค่ะ ดังนั้น ฉันขอพูดซ้ำนะคะ พวกเธอจะต้องเข้าใจทั้งหมดที่ฉันพูดไปค่ะ
– Anche oggi io penso ai miei buoni propositi.
วันนี้ก็ด้วยค่ะ ฉันก็คิดถึงพวกความตั้งใจดีๆ ของฉันค่ะ
– Ricordate la lezione 53, in cui io faccio una lista con i buoni propositi del nuovo anno?
พวกเธอจำบทเรียนที่ 53 ซึ่งฉันทำรายการเกี่ยวกับพวกความตั้งใจดีๆ ของปีใหม่กันได้ไหมคะ
– Ok… io oggi penso al punto 5 della mia lista dei buoni propositi, dove ho scritto che dovrei risparmiare almeno un po’ di soldi.
โอเค… วันนี้ฉันคิดถึงข้อที่ 5 ของรายการเกี่ยวกับความตั้งใจดีๆ ของฉัน ที่ฉันได้เขียนเอาไว้ว่า ฉันควรจะเก็บเงิน นิดหน่อยก็ยังดีค่ะ
– Un po’ di soldi che guadagno per avere un po’ di risparmi.
เก็บเงินสักนิดหน่อยที่ฉันหามาได้ เพื่อจะได้มีเงินเก็บบ้างค่ะ
– Perché, come sapete, voi mi conoscete ormai, io sono una spendacciona.
เพราะว่า ก็อย่างที่พวกเธอรู้กันอ่ะค่ะ มาถึงป่านนี้แล้ว พวกเธอก็รู้จักฉันกันแล้วหล่ะ ว่าฉันเป็นคนจ่ายไม่ยั้งอ่ะค่ะ
– Ho le mani bucate.
ฉันมีมือรั่วค่ะ
– Cioè spendo i soldi molto, tanto velocemente.
คือ ฉันใช้เงินเยอะมาก และก็ใช้หมดอย่างรวดเร็วด้วยค่ะ
– E quindi uno dei miei buoni propositi è quello di risparmiare.
และดังนั้น หนึ่งในความตั้งใจดีๆ ของฉันก็คือการเก็บเงินนั้นเองค่ะ
– Risparmiare un po’ di soldi e non andare sempre a spenderli.
การเก็บเงินสักหน่อย และก็ไม่ใช้จ่ายตลอดเวลาค่ะ
– Eh… infatti io stamattina sono stata in banca per chiedere informazioni.
ค่ะ… ด้วยเหตุนี้ เมื่อเช้านี้ฉันได้ไปที่ธนาคารเพื่อสอบถามข้อมูลมาค่ะ
– E infatti mi hanno dato del materiale informativo.
และนี่ไงคะ พวกเขาก็ได้ให้เอกสารข้อมูลกับฉันมาค่ะ
– L’ho già letto con calma, mi è sembrato tutto abbastanza conveniente.
ฉันได้อ่านอย่างช้าๆ แล้วฉันก็คิดว่าทุกอย่างค่อนข้างดีค่ะ
– C’è anche il contratto e tutto quanto.
มันมีสัญญาและทั้งหมดทั้งมวลเลยค่ะ
– Però prima di firmare un contratto, di aprire un conto corrente, volevo vedere, dare un’occhiata anche così su internet.
แต่ว่า ก่อนที่จะเซ็นสัญญา ก่อนที่จะเปิดบัญชีธนาคาร ฉันอยากดู และลองเช็คทางอินเตอร์เน็ตก่อนด้วย
– Per vedere se ci sono altri conti correnti con delle condizioni migliori, a zero spese ecc.
เพื่อดูว่า มันมีบัญชีของธนาคารอื่นๆ ที่มีเงื่อนไขที่ดีกว่าไหม จะเอาแบบที่ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เลย และอื่นๆ อีกค่ะ
– E infatti magari adesso chiedo qualche consiglio a voi, e vediamo un po’.
และแบบนี้ไงคะ ตอนนี้ บางทีฉันอาจจะถามคำแนะนำบางอย่างกับพวกเธอ พวกเรามาดูกันค่ะ
– Così finalmente risparmierò qualche soldo ragazzi!!!
แบบนี้ ในที่สุด ฉันจะได้อดออมเงินได้สักทีค่ะ เพื่อนๆ !!!
– Eh… allora vediamo un po’, vediamo un po’ questo qua.
ค่ะ… เอาหล่ะค่ะ พวกเรามาดูกันสักนิดค่ะ พวกเรามาดูสิ่งนี้ ตรงนี้ กันสักนิดนึงค่ะ
– Ah… ok, bello, qua ci sono tante agevolazioni.
อ้า… โอเคค่ะ ดีค่ะ ตรงนี้ มันมีตัวช่วยมากมายค่ะ
– Sì, sì, sì, però qua bisogna avere effettivamente tanti soldi.
ใช่ค่ะ ใช่ ใช่ แต่ว่าตรงนี้ มันจำเป็นต้องมีเงินเยอะจริงๆ ค่ะ
– Perché le agevolazioni che ci sono è solo per chi ha tante carte di credito.
เพราะว่าตัวช่วยที่มีอยู่นี้ มันมีไว้สำหรับคนที่มีบัตรเครดิตหลายๆ ใบเท่านั้นค่ะ
– Questo sì, forse è più comodo che conveniente.
อันนี้ ใช่ค่ะ บางทีมันอาจจะเป็นแบบสะดวกมากกว่าการประหยัดค่ะ

– Nel senso che va bene per chi ha tanti soldi e per chi diciamo ha bisogno di molte carte di credito.
ในความหมายที่ว่า มันดีสำหรับคนที่มีเงินเยอะๆ และสำหรับคนที่ ก็พูดได้ว่า ที่มีความจำเป็นต้องมีบัตรเครดิตหลายๆ ใบอ่ะค่ะ
– Ragazzi, purtroppo non è il mio caso.
เพื่อนๆ คะ น่าเสียดายที่มันไม่ใช่กรณีของฉันค่ะ
– E quindi questo mi sa di no.
และดังนั้น อันนี้ฉันคิดว่าไม่ค่ะ
– Allora, vediamo un po’ quest’altro.
เอาหล่ะค่ะ พวกเรามาดูอันอื่นๆ กันอีกหน่อยค่ะ
– Quindi vediamo un po’ quest’altro.
ดังนั้น พวกเรามาดูอันอื่นๆ กันอีกนิดนึงค่ะ
– Allora vediamo questo.
เอาหล่ะค่ะ พวกเรามาดูอันนี้กันค่ะ
– Ah questo… ma anche questo, questo no, questo decisamente no, perché questo mi sembra più pubblicizzato che vantaggioso,
อ้า อันนี้… แต่อันนี้ก็ด้วย อันนี้ไม่ค่ะ อันนี้ไม่แน่นอนค่ะ เพราะอันนี้มันดูเหมือนโฆษณาชวนเชื่อ มากกว่าที่จะให้ผลประโยชน์กับลูกค้าค่ะ
perché alla fine c’è tante pubblicità ma poco vantaggio, ci sono pochi vantaggi.
เพราะในท้ายที่สุดแล้ว มันมีคำโฆษณาชวนเชื่อมากมาย แต่ลูกค้าได้ผลประโยชน์น้อยมากค่ะ
– Em… no, decisamente no.
อืม… ไม่ค่ะ แน่นอนที่สุดว่าไม่ค่ะ
– Vediamo un po’ quest’altro.
พวกเรามาดูอันอื่นๆ กันอีกนิดค่ะ
– Vediamo un po’.
พวกเรามาดูกันนิดนึงค่ะ
– Allora, vediamo.
เอาหล่ะค่ะ พวกเรามาดูกันค่ะ
– Eh no, però ragazzi, no, no, decisamente no.
ค่ะ ไม่ค่ะ แต่ว่า เพื่อนๆ คะ ไม่ค่ะ ไม่ แน่นอนค่ะว่าไม่
– Questo più che aiutare i clienti li confonde con mille informazioni, con… no ma,
อันนี้แทนที่จะช่วยเหลือพวกลูกค้า เขากลับให้ข้อมูลมากมายเพื่อทำให้สับสนค่ะ กับ… ไม่นะ แต่ว่า
adesso devo cliccare devo cliccare anche qua, ok, di nuovo qui, con mille passaggi, passaggi online.
ตอนนี้ฉันต้องกด ฉันต้องกดตรงนี้ด้วย โอเค ตรงนี้อีกครั้ง กับขั้นตอนทางผ่านเป็นพันๆ หาข้อมูลออนไลน์เอง
– Alla fine mi da troppe informazioni e ci sono troppi passaggi per arrivare.
สุดท้ายแล้ว เขาก็ให้ข้อมูลกับฉันเยอะมากเกินไป และก็ต้องกดนั่นนี่เยอะมากเกินไป กว่าจะถึงจุดค่ะ
– Sì, per arrivare a quello che davvero , davvero ci serve.
ใช่ค่ะ หูย กว่าจะมาถึงตรงที่พวกเราต้องใช้จริงๆ นะ
– No, no, eh… no, questo non mi interessa.
ไม่นะ ไม่ เอิม… ไม่ อันนี้ฉันไม่สนใจค่ะ
– Allora, vediamo un po’.
เอาหล่ะค่ะ พวกเรามาดูกันอีกนิดค่ะ
– Ah… no, no, no, ragazzi.
อ้า… ไม่ ไม่ ไม่ค่ะ เพื่อนๆ
– No questo proprio no, sapete perché?
ไม่ค่ะ อันนี้ไม่เด็ดขาดค่ะ พวกเธอรู้ไหมคะว่าทำไม
– Perché questo non ha una sede.
เพราะว่าอันนี้มันไม่ออฟฟิศค่ะ
– Nel senso che, se io dovessi avere dei problemi, io dovrei trovare una soluzione, dovrei risolverli online.
ในหมายความที่ว่า ถ้าฉันเจอปัญหาต่างๆ ฉันก็ต้องหาทางออกเอง ฉันก็ต้องหาข้อมูลแก้ปัญหาเองค่ะ
– Invece a me piace più risolvere i problemi faccia a faccia che trovare soluzioni online.
ส่วนฉันชอบแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยการไปถามพนักงาน มากกว่าหาข้อมูลออนไลน์ตามลำพังค่ะ
– Che.. cioè, se io ho un problema vado alla sede, sì, della banca e parlo con l’impiegato, il quale mi aiuta a risolvere dei problemi.
ที่… คือ ถ้าฉันมีปัญหา ฉันจะไปที่ออฟฟิต ใช่ค่ะ ที่ธนาคาร และฉันก็จะพูดกับพนักงาน ซึ่งเขาจะช่วยฉันแก้ไขปัญหานั้นได้ค่ะ
– Però qua invece devo fare tutto online.
แต่ว่าตรงนี้ ฉันต้องทำออนไลน์ทุกอย่างเองทั้งหมดเลยค่ะ
– Poi magari chiamo e non rispondono, ecc.
ถ้าบางทีฉันจะโทรหา พวกเขาก็จะไม่รับสาย เป็นต้นค่ะ
– No, no, questo non mi piace davvero.
ไม่ค่ะ ไม่ อันนี้ฉันไม่ชอบจริงๆ ค่ะ
– Vediamo quest’ultimo dai… do occhiata a quest’altro, quest’altro conto.
พวกเรามาดูอันสุดท้ายนี้กันค่ะ เอาหน่ะ… ฉันจะดูอันอื่นอีก อันนี้ บัญชีอื่นอันนี้ค่ะ
– Allora qua, questo conto… allora qua ci sono delle recensioni.
เอาหล่ะค่ะ ตรงนี้ บัญชีนี้… เอาหล่ะ ตรงนี้ มีความคิดเห็นต่างๆ ค่ะ
– Ok, qui ci sono delle recensioni.
โอเคค่ะ ตรงนี้มีความคิดเห็นต่างๆ
– Eh no, questo conto ha più dissensi che consensi, nel senso che ci sono un sacco di feedback negativi.
ไม่นะ บัญชีนี้มีคนไม่เห็นด้วยมากกว่าคนที่เห็นด้วย ในความหมายที่ว่า มีเสียงตอบรับที่แย่มากเยอะแยะไปหมดเลยค่ะ

– Sembra che abbia più, più disservizi che servizi.
ดูเหมือนว่า มันไม่มีบริการเลยแทนที่จะมีบริการดีๆ ให้กับลูกค้าค่ะ
– Eh no, non posso, non posso, non posso aprire questo conto.
ค่ะ ไม่นะ ฉันไม่สามารถ ฉันไม่สามารถ ฉันไม่สามารถเปิดบัญชีนี้ได้ค่ะ
– Va bene, allora io ho guardato la concorrenza, e allora, nella banca in cui sono andata stamattina
โอเคค่ะ เอาหล่ะค่ะ ฉันได้ดูคู่แข่งของธนาคารนี้แล้ว และเอาหล่ะ ธนาคารที่ฉันได้ไปมาเมื่อเช้า
diciamo che gli impiegati sono stati abbastanza gentili e professionali,
ก็พูดได้ว่า พวกพนักงานเขาใจดีและเป็นมืออาชีพกันพอสมควรค่ะ
mi hanno spiegato tutto bene, nei minimi dettagli, ci sono un sacco di agevolazioni, tanti servizi a zero spese, e va bene dai… penso che firmerò questo contratto.
พวกเขาอธิบายให้ฉันฟังได้ดีมาก อธิบายในรายละเอียดเล็กๆ มีตัวช่วยมากมาย มีการบริการหลายๆ อย่างที่ไม่มีค่าใช้จ่าย และมันก็โอเคค่ะ เอาหน่ะ… ฉันคิดว่าฉันจะเซ็นสัญญานี้ค่ะ
– Adesso magari domani tornerò nuovamente in banca per avere delle altre informazioni.
ตอนนี้ บางทีพรุ่งนี้ฉันจะกลับไปที่ธนาคารใหม่อีกครั้ง เพื่อรับข้อมูลอื่นๆ อีกค่ะ
– E alla fine, sì, sì, sì, penso che firmerò, firmerò questo contratto.
และสุดท้ายนี้ ใช่ค่ะ ใช่ ใช่ ฉันคิดว่าฉันจะเซ็น ฉันจะเซ็นสัญญานี้ค่ะ
– Che dite?
พวกเธอว่าไงบ้างคะ
– Eh va bene, ma abbiamo imparato anche delle cose oggi.
ค่ะ โอเคค่ะ แต่วันนี้พวกเราก็ได้เรียนเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ กันด้วยค่ะ
– Allora, prima di tutto, chi è come me, forse ha imparato a risparmiare.
เอาหล่ะค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ ใครที่เหมือนกับฉัน บางทีเขาอาจจะได้เรียนเกี่ยวกับการประหยัดค่ะ
– A risparmiare dei soldi.
ประหยัดเงินค่ะ
– Questo è soltanto teoria ragazzi.
นี่มันเป็นแค่ทฤษฎีเท่านั้นเองค่ะเพื่อนๆ
– Per adesso sono tanti buoni propositi, adesso vedremo come andrà.
สำหรับตอนนี้ มันมีความตั้งใจดีๆ อยู่หลายอย่าง ก็มาดูกันว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไปค่ะ
– Seconda cosa, abbiamo imparato che avere le mani bucate significa come ho già detto,
อย่างที่สอง พวกเราได้เรียนคำว่า การมีมือเป็นรู มีความหมายแบบที่ฉันได้เคยบอกไปแล้ว
spendere i soldi molto velocemente, cioè quando arrivano i soldi come se ci fossero dei buchi e che cadessero i soldi dalle mani.
ว่าคือการใช้เงินมากอย่างรวดเร็วค่ะ คือ เวลาที่มีเงินเข้า มันก็เหมือนว่ามือมันมีรู และทำให้เงินร่วงหล่นผ่านมือไปค่ะ
– Ma ovviamente è un modo di dire, quindi le mie mani sono abbastanza normali.
แต่แน่นอนค่ะว่า มันคือรูปแบบของการเปรียบเปรยค่ะ ดังนั้น มือของฉันมันยังเป็นปกติอยู่ค่ะ
– E poi, terza cosa, poi abbiamo imparato altre forme di comparazione.
แล้วก็ อย่างที่สาม พวกเราก็ได้เรียนรูปแบบอื่นๆ ของการเปรียบเทียบด้วยค่ะ
– Ma no, ancora?
ไม่นะ อีกแล้วเหรอคะ
– Aspettate!
พวกเธอรอก่อนค่ะ!
– L’altra volta infatti dovete rivedere un po’ la lezione 55, abbiamo visto alcune forma di comparazione.
ครั้งที่แล้ว นี่ไงคะ พวกเธอต้องกลับไปดูบทเรียนที่ 55 กันนิดนึงนะคะ พวกเราได้เรียนบางรูปแบบของการเปรียบเทียบกันไปแล้วค่ะ
– Em… quelle tra nomi e pronomi.
อืม… พวกคำนามและพวกคำสรรพนามค่ะ
– Va bene?
โอเคนะคะ
– Poi abbiamo anche visto il superlativo relativo.
แล้วพวกเราก็ได้ดูเรื่อง superlativo relativo (แบบที่สุด) กันด้วยค่ะ
– Invece oggi vediamo altri tipi di comparazione tra due aggettivi, verbi e quantità.
ส่วนวันนี้ พวกเราจะมาดูประเภทอื่นๆ ของการเปรียบเทียบระหว่างคำขยายนามสองคำ คำกริยา และแบบปริมาณกันค่ะ
– Bene, ho fatto degli esempi alla lavagna.
ค่ะ ฉันได้ทำตัวอย่างอื่นๆ ไว้ที่กระดานดำค่ะ
– Allora, questo conto è più pubblicizzato che vantaggioso.
เอาหล่ะค่ะ บัญชีนี้มันเป็นโฆษณาชวนเชื่อมากกว่าที่ลูกค้าจะได้รับผลประโยชน์ค่ะ
– Ho detto anche che l’altro conto era più comodo che conveniente.
ฉันได้พูดไปแล้วว่า บัญชีอื่นนั้นมันมีความสะดวกมากกว่าการประหยัดค่ะ
– Va bene?
เข้าใจไหมคะ

– Quindi qua abbiamo la comparazione tra due aggettivi.
ดังนั้นตรงนี้ พวกเรามีการเปรียบเทียบระหว่างคำขยายนามสองคำค่ะ
– Pubblicizzato e vantaggioso.
คือคำว่า โฆษณาชวนเชื่อ และผลประโยชน์ค่ะ
– Comodo e conveniente.
คำว่า ความสะดวก และการประหยัดกว่าค่ะ
– Quindi queste sono forme di comparazione più/che.
ดังนั้น พวกนี้มันเป็นรูปแบบของการเปรียบเทียบแบบ più/che ค่ะ
– Poi quelle che abbiamo visto l’altra volta erano differenti perché erano tra nomi o pronomi.
แล้วสิ่งที่พวกเราได้ดูกันไปเมื่อครั้งที่แล้ว มันต่างกัน เพราะพวกมันคือพวกคำนาม หรือคำสรรพนามค่ะ
– Quindi abbiamo parlato di città, per esempio nomi di città, oppure “lui è più simpatico di te”, quindi due pronomi.
ดังนั้น พวกเราได้พูดถึงเมือง ตัวอย่างเช่น พวกชื่อของเมืองต่างๆ หรือ “เขาน่าคบมากกว่าเธอ” ดังนั้นคำสรรพนามสองคำค่ะ
– Quella è un’altra cosa.
สิ่งนั้นมันคืออีกอย่างนึงค่ะ
– Adesso vediamo queste altre forme di comparazione.
ตอนนี้พวกเรามาดูพวกรูปแบบอื่นๆ ของการเปรียบเทียบกันค่ะ
– Poi vediamo un altro esempio.
แล้วพวกเราก็มาดูตัวอย่างอื่นกันค่ะ
– “Mi piace spendere che risparmiare”.
“ฉันชอบจ่ายเงินมากกว่าประหยัดเงินค่ะ”
– E infatti questo, questo esempio corrisponde proprio a me stessa.
และแบบนี้ไงคะ สิ่งนี้ ตัวอย่างนี้ มันตรงกับตัวฉันเองจริงๆ ค่ะ
– E qua invece abbiamo la comparazione tra due verbi.
และตรงนี้ พวกเรามีการเปรียบเทียบระหว่างคำกริยาสองคำค่ะ
– Ci sono persone che invece amano più risparmiare che spendere, invece purtroppo per me è il contrario.
มีคนที่เขาชอบประหยัดเงินมากกว่าจ่ายเงินค่ะ ส่วนฉันมันน่าเศร้าใจ มันตรงกันข้ามกันเลยค่ะ
– Eh… da una parte ci sono vantaggi e svantaggi.
อืม… อีกด้านหนึ่งมันก็มีข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบค่ะ
– Da una parte io mi godo la vita, però magari a fine mese sto li a piangere.
ด้านหนึ่งฉันก็มีความสุขกับชีวิต แต่ว่าบางทีตอนสิ้นเดือน ฉันก็อยู่ตรงนั้นแล้วก็ร้องไห้ค่ะ
– Invece chi risparmia ha più sicurezza.
ส่วนใครที่ประหยัด เขาก็จะมีความปลอดภัยมั่นคงมากกว่าค่ะ
– Però che tristezza ragazzi dai.
แต่ว่ามันก็น่าเศร้าค่ะเพื่อนๆ
– Senza uscire, senza comprare, senza divertirsi.
ไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย ไม่ได้ซื้อของเลย ไม่ได้สนุกสนานเลย
– Eh va beh, si dice “la virtù sta nel mezzo”.
ค่ะ ก็แบบที่เขาพูดกันว่า “การทำตัวดีต้องอยู่สายกลางค่ะ”
– In teoria non dovremmo essere né troppo spendaccioni, né troppo risparmiatori.
ในทางทฤษฎี พวกเราไม่ควรใช้จ่ายเงินมากเกินไป และไม่ควรประหยัดเงินมากเกินไปค่ะ
– Ma ognuno secondo me, ha sempre la tendenza da una delle due parti, e la mia si sa.
แต่ว่าแต่ละคน สำหรับฉันนะคะ ก็มีแนวโน้มด้านใดด้านนึง และของฉันก็เป็นที่รู้กันค่ะ
– Eh… un altro esempio è “mi piace più risolvere i problemi faccia a faccia che trovare soluzioni online”.
ค่ะ… อีกตัวอย่างนึง ก็คือ “ฉันชอบการแก้ไข้ปัญหาแบบถามกันตัวต่อตัว มากกว่าการหาข้อมูลออนไลน์เองค่ะ”
– Quando vi ho parlato di un conto corrente che non ha una sede né nella mia città, né da nessuna parte, e quindi vi ho detto no,
ตอนที่ฉันพูดถึงการเปิดบัญชีธนาคารกับพวกเธอ ที่ว่ามันไม่มีออฟฟิศ ไม่มีในเมืองของฉัน ไม่มีที่ไหนเลย และดังนั้น ฉันจึงบอกกับพวกเธอไปว่าไม่ค่ะ
non firmo questo contratto, perché poi se ho dei problemi io non ho nessuno con cui parlare.
ฉันจะไม่เซ็นสัญญานี้ เพราะถ้าหากฉันมีปัญหา ฉันก็ไม่รู้ว่าจะไปปรึกษากับใครค่ะ
– Quindi anche, allora qua abbiamo lo stesso una comparazione tra due verbi.
ดังนั้น นี่ก็ด้วย เอาหล่ะ ตรงนี้ พวกเราก็มีการเปรียบเทียบแบบเดียวกัน ระหว่างคำกริยาสองคำค่ะ
– Quindi risolvere i problemi, che trovare soluzioni online.
ดังนั้น ก็มีการแก้ไขปัญหาต่างๆ และการหาข้อมูลออนไลน์เองค่ะ
– Quindi io dovrei risolvere problemi faccia a faccia, nel senso che mi presento nella sede, parlo con un’impiegato e gli spiego che cose è successo.
ดังนั้น ฉันควรจะต้องแก้ไขปัญหาต่างๆ แบบคุยตัวต่อตัวค่ะ หมายความว่า ฉันไปที่ออฟฟิศ ฉันพูดคุยกับพนักงาน และฉันก็อธิบายว่ามันเกิดอะไรขึ้นค่ะ

– Quindi abbiamo risolvere e trovare.
ดังนั้น พวกเรามีคำกริยา การแก้ไขปัญหา และการพบเจอค่ะ
– Quindi comparazione tra due verbi, stessa cosa.
ดังนั้น มันคือการเปรียบเทียบระหว่างคำกริยาสองคำ มันก็เป็นแบบเดียวกันค่ะ
– Em… vediamo un altro esempio, “questo conto, più che aiutare i clienti li confonde con troppe informazioni”.
อืม… พวกเรามาดูตัวอย่างอื่นๆ กันต่อค่ะ “บัญชีนี้ แทนที่จะช่วยเหลือพวกลูกค้า กลับทำให้สับสนด้วยข้อมูลที่มากเกินไปค่ะ”
– Era troppo complicato.
ตอนนั้นมันซับซ้อนมากเกินไปค่ะ
– Quindi è come dire “invece di aiutare, aiutare i clienti, li confonde con troppe informazioni”.
ดังนั้น มันก็เหมือนกับการพูดว่า “แทนที่จะช่วยเหลือพวกลูกค้า กลับทำให้พวกเขาสับสนด้วยข้อมูลที่มากเกินไปค่ะ”
– Ok? Quindi con troppi passaggi online.
เข้าใจไหมคะ ดังนั้น ขั้นตอนออนไลน์ที่มากเกินไปค่ะ
– Va bene?
เข้าใจไหมคะ
– Quindi questo un altro, è un altro tipo di comparazione nel senso che, come vi ho detto,
ดังนั้น อันนี้อีกอย่าง มันคือการเปรียบเทียบอีกแบบนึง ประมาณว่า ก็อย่างที่ฉันได้เคยบอกไปแล้วค่ะว่า
posso dire la stessa cosa con “invece di aiutare i clienti, li confonde con troppe informazioni”.
ฉันจะพูดแบบเดียวกันนี้ แบบนี้ก็ได้ค่ะว่า “แทนที่จะช่วยเหลือพวกลูกค้า กลับทำให้พวกเขาสับสนกับข้อมูลที่เยอะเกินไปค่ะ”
– Invece che aiutare, scusate.
แทนที่จะช่วยเหลือ ขอโทษพวกเธอด้วยนะคะ
– Va bene.
โอเค
– Questo conto ha più dissensi che consensi.
บัญชีนี้ มันมีคนไม่ชอบมากกว่าชอบค่ะ
– Qui abbiamo delle quantità.
ตรงนี้พวกเรามีเรื่องของปริมาณค่ะ
– Va bene?
เข้าใจไหมคะ
– Dei sostantivi.
เกี่ยวกับพวกคำนามต่างๆ
– È come dire “io mangio più verdura che carne”, per esempio.
มันก็เหมือนกับการพูดว่า “ฉันกินผักมากกว่าเนื้อสัตว์” ตัวอย่างค่ะ
– Questo conto ha più dissensi che consensi.
บัญชีแบบนี้ มันมีคนไม่ชอบมากกว่าคนชอบค่ะ
– Quindi questa lezione, come grammatica alla fine è abbastanza facile.
ดังนั้น บทเรียนนี้ ในส่วนของหลักไวยากรณ์ สุดท้ายแล้วมันก็ง่ายพอสมควรค่ะ
– Quindi, più che, lo usiamo come due aggettivi, due verbi o quantità.
ดังนั้น คำว่า più che พวกเราใช้มันเหมือนกับคำขยายนามสองคำ คำกริยาสองคำ หรือปริมาณค่ะ
– Benissimo.
ดีมากค่ะ
– Quindi ragazzi, come vi ho detto, adesso sì, mi preparo, domani andrò in banca,
ดังนั้น เพื่อนๆ คะ ก็อย่างที่ฉันได้บอกกับพวกเธอไปแล้วว่า ตอนนี้ ใช่ค่ะ ฉันจะเตรียมตัว พรุ่งนี้ฉันจะไปที่ธนาคาร
camminerò molto velocemente, sì, perché la banca si trova in centro di Cagliari, vicino a tanti bellissimi negozi.
ฉันจะเดินไปอย่างรวดเร็ว ใช่ค่ะ เพราะว่าธนาคารมันอยู่ในตัวเมืองของคาลยิอาริ อยู่ใกล้ๆ กับร้านค้าสวยๆ มากมายค่ะ
– Io probabilmente indosserò un paraocchi, come fanno, come fanno i cavalli.
อาจเป็นไปได้ค่ะว่า ฉันจะใส่ที่ปิดตา อย่างที่ อย่างที่ม้าเขาใส่กันค่ะ
– Io camminerò molto velocemente, non guarderò i negozi se no questo portafoglio arriverà vuoto li alla banca.
ฉันจะเดินไปอย่างรวดเร็ว ฉันจะไม่มองพวกร้านค้าต่างๆ ถ้าไม่เช่นนั้น กระเป๋าสตางค์ใบนี้มันจะว่างเปล่าเมื่อมาถึงที่ธนาคารค่ะ
– Eh… aprirò il mio nuovo conto corrente e quindi penso di avere risolto, più o meno, il punto 5 della mia lista dei buoni propositi.
ค่ะ… ฉันจะเปิดบัญชีของฉันใหม่ และฉันคิดว่าคงจะแก้ไขปัญหาได้แล้ว ประมาณนี้หล่ะค่ะ ปัญหาข้อที่ 5 ของรายการความตั้งใจดีๆ ของฉันค่ะ
– Bene, quindi mi raccomando, continuate a seguirmi su oneworlditaliano video.
ดีค่ะ ดังนั้น ฉันขอแนะนำนะคะ ว่าพวกเธอควรจะติดตามฉันกันต่อได้ที่ oneworlditaliano video ค่ะ
– oneworlditaliano.com
– Ciao a tutti e alla prossima!!!
สวัสดีค่ะทุกคนและพบกับใหม่ค่ะ!!!

เราเรียนอยู่ในระดับ B1 แล้วนะคะ นั่นแสดงว่า เราต้องพูดได้ และฟังออกด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น หลังจากที่เรียนบทเรียนนี้จบแล้ว
1.ก็ควรไปฟังครูอิตาลีคนอื่นๆ ที่เขาสอนเรื่องนี้อีก ที่ยูทูป แล้วก็อย่าลืมจดลงสมุดด้วยนะคะ
2.ต้องฟังออก จดสิ่งที่ได้ยินลงสมุดได้ และต้องพูดตามเขาทันทุกคำด้วยค่ะ ถ้ายังไม่ทันก็ดูวิดีโอซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพูดตามได้ทันค่ะ
3.ถ้าเริ่มงง และรู้สึกว่าการเรียนเริ่มยากไปแล้ว ให้กลับไปเรียนซ้ำทุกอย่างที่เราเคยเรียนไปแล้วในวันก่อนๆ ค่ะ
จำสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ได้ไหมคะ เราไม่ควรรีบร้อนเรียนค่ะ เพราะว่าการเรียนแบบเร็วๆ มันจะทำให้เราจำได้ไม่หมด ตกหล่นหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็จะทำให้เราหงุดหงิดและปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณน้องมายด์ ที่ตั้งใจเรียน และตั้งใจแปลวิดีโอนี้มาให้พวกเราได้เรียนกันแบบสะดวกสบายมากขึ้นค่ะ ตอนนี้น้องมายด์เริ่มสอนภาษาอิตาลีแล้ว ยาก็ขอเชิญให้ทุกคนไปดูที่เพจของเธอกันค่ะ

เรียนภาษาอิตาเลียนด้วยตัวเอง (สมุดส่งการบ้าน)

เพิ่มเติม

เรียนภาษาอิตาลี

 

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อ

Advertisement

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s